พันเดียวก็เที่ยวได้ นอนแพริมน้ำแม่น้ำแควน้อย

 เมื่อพูดถึง "จังหวัดกาญจนบุรี" หลายคนคงคิดถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลาย แต่อันดับหนึ่งในใจคงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ อย่างน้ำตก ป่าเขาลำเนาไพร ถ้ำ เพราะใช้เวลาเดินทางไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง เป็นอีกจังหวัดที่อยู่ไม่ไกลกรุงเทพฯ ถ้าอยากพัก ชาร์ตพลังกาย พักใจ ที่นี่ถือเป็นอีกหนึ่งจุดหมายของนักท่องเที่ยว ออกเดินทางทริปนี้กับ รายการโฟกัสไทยแลนด์ 

      เที่ยวกาญจนบุรี นอกจากจะได้มาซึมซับบรรยากาศดีๆ และธรรมชาติที่สมบูรณ์แล้วนั้น หนึ่งกิจกรรมที่เราต้องทำก็คือการโดดน้ำ ล่องแพ เป็นสิ่งที่ขาดไปไม่ได้เลย ซึ่งตอนนี้ก็มีที่พักลอยแพให้ได้เลือกกันหลากหลาย และแต่ละที่ก็จะมีกิจกรรมให้เราได้ทำกันอย่างสนุกสนาน 

 “พักในแบบที่ใช่ “วันนี้ ต้องไม่พลาดนอนริมน้ำค่ะ  แควน้อย รีสอร์ท โดย ที่ตั้ง รีสอร์ทจะอยู่เลยจากทางเข้าอุทยานไทรโยคใหญ่ ประมาณ 3กิโลเมตร ทางเข้ารีสอร์ทอยู่ซ้ายมือ ตรงข้ามกับวัดท่าทุ่งนาฤทธารามค่ะ เป็นทางเข้าเล็กๆ เข้าไปประมาณ1กม.หาไม่ยาก

 

      ภายใน แควน้อย รีสอร์ท บรรยากาศเค้าสุดชิลล์ค่ะ ร่มรื่น เย็นสบาย บนพื้นที่กว่าสี่ไร่ ที่ถูกจัดสรรไว้อย่างลงตัว  มีทั้งสนามหญ้ากว้าง ๆ สีเขียวสด สระว่ายน้ำขนาดมาตรฐาน ห้องอาหารขนาดใหญ่ และห้องพักมีให้เลือกทั้งแบบนอนเรือนแพริมน้ำ และนอนบังกาโลริมสระ

 แควน้อยรีสอร์ท มีห้องพักทั้งหมด ถึง 53 ห้อง โดยแบ่งเป็นแบบบังกะโล และเรือนแพ ที่อยู่ริมน้ำ ในส่วนของที่พักในแบบบังกะโลนั้น ก็มีหลายแบบให้เลือกพักทีเดียว

เริ่มกับที่บังกะโลแบบเรือนแถว ที่มีทั้งหมด 5 ห้อง หน้าห้องทุกเป็นระเบียงกว้าง ๆ สำหรับนั่งเล่น ภายในห้อง เน้นไปที่งานเฟอร์นิเจอร์ไม้ ผนังห้องใช้โทนสีเทาเข้ม ตัดกับเตียงนอนสีขาว  วางเตียงแบบดับเบิ้ล รองรับที่สองท่านถึง สี่ห้อง และมีเตียงแบบ ทริปเปิ้ล สำหรับสามท่านอีก1 ห้องค่ะ  ให้ลูกค้าได้เลือกตามขนาดของแต่ละกรุ๊ป

      

ห้องถัดมาเป็นบ้านผลไม้  สะดุดตาทั้งสีสันและการออกแบบ โดยภายนอกออกแบบให้เป็นรูปของผลไม้นานาชนิด วางเรียงรายบนสนามหญ้าสีเขียว  มีด้วยกันทั้งหมด 7 หลัง ภายในผนังเน้นไปที่งานปูนปั้นสีขาว ตัดกับเตียงนอนที่เป็นงานเฟอร์นิเจอร์ไม้  มีทั้งเตียงนอนแบบดับเบิ้ลเบด และแบบทริปเปิ้ลให้เลือกเช่นกัน

ถัดเข้ามาโซนด้านใน เป็นโซนบ้านพักแบบบังกะโลเดี่ยว ๆ สไตล์วิลล่า วางตัวเป็นหลัง ๆ โซนนี้จะวางตัวเรียงรายรอบสระว่ายน้ำ  ตัวบ้านสีขาว ตัดด้วยสีเขียงของสนามหญ้ารอบ ๆ ตัวบ้านมีพื้นที่ ดูไม่อึกอัด และเป็นส่วนตัว มีระเบียงหน้าบ้านทุกหลัง มีทั้งหมดถึง 19 หลัง มีเตียงให้เลือกทั้งแบบดับเบิ้ลเบดและทริปเปิ้ล เบดเช่นกัน

ส่วนห้องในแบบสุดท้าย ถือเป็นไฮไลท์ที่สุด สำหรับคนที่ชอบนอนริมน้ำ ฟังเสียงน้ำไหล เป็นบ้านใน สไตล์เรือนแพริมน้ำ แบ่งแพออกเป็น 4 หลัง รวม 27 ห้อง ด้านหน้าห้องทุกห้องเป็นระเบียงกว้าง ทอดยาว สำหรับนั่งแช่ขาลงน้ำ พร้อมมีเปลญวณ ในนอนรับลม ชมวิวในแต่ละห้องอีกด้วย  ภายในห้องมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบ

     

สำหรับการพักผ่อนที่นี่  จะมาครบทีเดียวค่ะทั้งที่พักอาหาร และกิจกรรมค่ะ โดยจัดทำเป็นรูปแบบแพ็คเกจ แบบสองวันหนึ่งคืน ราคาเริ่มต้นเพียง 1,000-1,200 บาท/ท่าน รวมอาหารอีกสองมื้อ พร้อมกิจกรรมล่องแพเปียก โดยช่วงประมาณ สักสี่ห้าโมงเย็นแดดร่มลมตก ก็ถึงเวลาพานักท่องเที่ยวออกไปล่องแพเปียกค่ะ แพที่นี่เป็นแพ ที่มีหลังคา มีที่นั่ง ให้นักท่องเที่ยวพร้อมทานของว่างเครื่องดื่มแบบสบาย ๆ ไม่ร้อน ใครอยากเปียก ก็ลงไปนั่งในแพเปียก แบบไม้ไผ่ ที่ลูกลากตามไปด้วยตามไปด้วย โดยเรือจะลากแพ ขึ้นไป แล้ว จอด ปล่อยนักท่องเที่ยวลอยคอเล่นน้ำ กลับมาขึ้นที่รีสอร์ท  โดยใช้เวลา ไปกลับประมาณ 1 ชั่วโมง